
อัลตราไวโอเลต Ultraviolet (UV)
|
|
แต่ละวัน เราต้องเผชิญกับฝุ่น หมอก ควัน และรังสียูวี (UV) คุ้นๆ กับเสียงโฆษณาที่กรอกหูอยู่ทุกวัน คำว่า ฝุ่น หมอก ควัน เราน่าจะรู้จักกันดีแล้ว แต่สาว Chic ทราบมั้ยคะว่า รังสียูวี (UV) คืออะไร และการได้รับเจ้าวายร้ายรังสีอัลตราไวโอเลต Ultraviolet (UV) มากเกินควร จะก่อให้เกิดอันตรายกับระบบต่างๆ ของร่างกายได้ โดยเฉพาะกับผิวหนังและดวงตาของเรา อย่างน่าตกใจ วันนี้ เรามาเจาะลึกกับ คำว่า อัลตราไวโอเลต Ultraviolet (UV) กัน รังสีอัลตราไวโอเลต หรือ Ultraviolet หรือ รังสียูวี (UV) หรือ รังสีเหนือม่วง คือ แสงเปล่งของดวงอาทิตย์ช่วงหนึ่ง ที่มีคลื่นแม่เหล็กไฟฟ้าความยาวคลื่นสั้นกว่าแสงที่มองเห็น แต่ยาวกว่ารังสีเอ็กซ์ย่างอ่อน มีความยาวคลื่นในช่วง 400-10 นาโนเมตร และมีพลังงานในช่วง 3-124 eV มันได้ชื่อดังกล่าวเนื่องจากสเปกตรัมของมันประกอบด้วยคลื่นแม่เหล็กไฟฟ้าที่ มีความถี่สูงกว่าคลื่นที่มนุษย์มองเห็นเป็นสีม่วง สเปกตรัมแม่เหล็กไฟฟ้าของแสงเหนือม่วงสามารถแบ่งย่อยได้หลายวิธี ร่างมาตรฐาน ISO ที่กำหนดชนิดแสงเปล่งของดวงอาทิตย์ (ISO-DIS-21348) อธิบายช่วงเหล่านี้:
การค้นพบอัลตราไวโอเลต Ultraviolet (UV) ผลของอัลตราไวโอเลต Ultraviolet (UV) โทษของการรับรังสีอัลตราไวโอเลต Ultraviolet (UV) มากเกินควร ก่อให้เกิดอันตรายกับระบบต่าง ๆ ของร่างกายได้ รังสีอัลตราไวโอเลต Ultraviolet (UV) ทั้งสามชนิดคือ UVA, UVB และ UVC สามารถทำให้คอลลาเจนในผิวหนังเสื่อมสภาพได้ ซึ่งเป็นเหตุหนึ่งให้เกิดริ้วรอยก่อนวัย แต่ UVA มีความรุนแรงน้อยที่สุด เพราะไม่สามารถก่อให้เกิดอาการแดดเผา (Sunburn) ทว่ายังน่ากลัวอยู่ที่สามารถแปลงสภาพ DNA ได้ จนอาจก่อให้เกิดมะเร็งผิวหนัง แต่ร่างกายก็สามารถป้องกันได้ โดยการสร้างเม็ดสีเมลานิน (Melanin) ขึ้นมา เพื่อป้องกันการทะลวงของรังสีอัลตราไวโอเลต Ultraviolet (UV) จึงทำให้ผิวคล้ำดำมากขึ้น ส่วน UVC มีพลังงานสูงที่สุด และที่สำคัญคืออันตรายที่สุด แต่พบได้น้อย เพราะบรรยากาศกรองเอาไปหมดแล้ว ทว่าเครื่องมือฆ่าเชื้อในน้ำดื่มอาจปล่อยรังสีช่วงนี้ออกมาก็ได้ นอกจากผิวหนังแล้ว รังสีอัลตราไวโอเลต Ultraviolet (UV) ยังเป็นอันตรายต่อดวงตา โดยเฉพาะ UVB ทำให้เกิดอาการที่เรียกว่า Arc eye คือรู้สึกเหมือนมีทรายเข้าตา หรือถ้ารุนแรงกว่านั้นอาจทำให้เป็นโรคต้อกระจก (Cataract) ได้ โดยเฉพาะในหมู่ช่างเชื่อมโลหะ การป้องกันก็คือ สวมใส่แว่นป้องกัน มาถึงตรงนี้ก็ขอคุยบ้าง เริ่มคันปากคันมือขึ้นมา ก็มัวแต่เขียนทฤษฏีมาเพรียบจนเริ่มเหนื่อยอ่อนทั้งคนอ่านและคนเขียน เชื่อว่าคำถามหลายข้อ คงจะผุดขึ้นเต็มตามรอยหยักของสมองของแต่ละคน โดยเฉพาะเรื่องที่น่ากลัวที่สุด มะเร็งผิวหนัง ซึ่งนับวันจะมีข่าวว่าผู้คนเป็นมะเร็งผิวหนังกันมากขึ้น เอ แล้วทำไมคนสมัยก่อนไม่ค่อยมีปัญหาเรื่องพวกนี้ บ้างก็หวาดผวา คิดมากหัวฟู ก็ดิฉันต้องทำงานตากแดดตากลมเปรี้ยงๆ ตลอดทั้งวัน… ต๊าย แล้วพวกเราจะไม่เสี่้ยงเป็นมะเร็งผิวหนังกันหมดเหรอ ค่ะ คำตอบมันอยู่ที่… ลองย้อนกลับไปที่โทษของ รังสีอัลตราไวโอเลต Ultraviolet (UV) การรับรังสีอัลตราไวโอเลต Ultraviolet (UV) มากเกินควร ก่อให้เกิดอันตรายกับระบบต่าง ๆ ของร่างกายได้ แต่ประโยคเด็ดมันอยู่ที่ "บรรยากาศกรองเอาไปหมดแล้ว" บรรยากาศอะไรเหรอคะ เฉลยกันตรงนี้ให้ชัดเจนแจ่มแจ้งกันไปเลย ก็คือ ชั้นโอโซน (Ozone layer) เป็นส่วนหนึ่งชั้นบรรยากาศของโลกโอโซนในปริมาณมาก ชั้นโอโซนช่วยดูดซับรังสีอัลตราไวโอเลต Ultraviolet (UV) จากประมาณ 97-99% ของรังสีทั้งหมดที่แผ่มายังโลก ว้าว ขอบคุณจริงๆ นะคะโอโซน ว่าแต่ โอโซนนี่คืออะไร คร่าวๆ ให้เข้่าใจกันง่ายๆ โอโซน คือ รูปแบบพิเศษของออกซิเจน ที่เกิดขึ้นตามธรรมชาติ ในชั้นของบรรยากาศชั้น โอโซนอยู่ห่างจากผิวโลก ประมาณ 20 ไมล์ โดยอยู่ในบรรยากาศ ชั้นสตราโตสเฟียร์ ชั้นโอโซน จะช่วยป้องกันไม่ให้รังสีอัลตราไวโอเลต Ultraviolet (UV) จากดวงอาทิตย์ส่องมาถึงโลกของเรา ดวงอาทิตย์ทำให้ชีวิตบนโลกดำรงอยู่ได้ ความอบอุ่นและพลังงานของ ดวงอาทิตย์ ส่งผลต่อ ดิน น้ำ อากาศ และ สิ่งมี ชีวิตทุกอย่าง แต่ดวงอาทิตย์ ทำให้เกิดรังสีที่ เป็นอันตรายต่อชีวิตด้วย ชั้นโอโซน มีความสำคัญอย่างยิ่ง เพราะทำหน้าที่เป็นเกราะคุ้มกัน ซึ่งเป็นเรื่องของสมดุลตามธรรมชาติ นี่เอง… เป็นเหตุให้คนสมัยโบราณ อยู่รอดปลอดภัย มะเร็งผิวหนังไม่ถามหา กาลเวลาที่เปลี่ยนไป มนุษย์เริ่มมีวิวัฒนาการและเทคโนโลยีทันสมัยก้าวหน้ามากขึ้น แต่หารู้ไม่ หลายสิ่งหลายอย่างกำลังมีผลกระทบกับสมดุลทางธรรมชาติหลายรูปแบบ ผลกระทบรูปแบบหนึ่งที่เห็นชัด คือ การทำลายชั้นโอโซน แน่นอน เกราะป้องกันรังสีอัลตราไวโอเลต Ultraviolet (UV) ของโลกเรากำลังถูกทำลายลงไป จะสังเกตได้ว่า โลกของเราอากาศร้อนจัด แสงแดดแรงจัดจ้าผิดปกติต่างไปจากเดิม ผลก็คือ เราได้รับรังสี อัลตราไวโอเลต Ultraviolet (UV) มากขึ้น มากจนเกินไปถึงขั้นผิวหนังแสบร้อน เกิดการอักเสบ และขั้นรุนแรงคือ ความผิดปกติทางพันธุกรรม โรคผิวหนัง และมะเร็งผิวหนังตามมา เป็นเหตุให้้มีผู้คนหลายกลุ่มได้จัดตั้งองค์กร เริ่มรณรงค์และต่อต้านเทคโนโลยีทันสมัยในรูปแบบทั้งต่างๆ ที่กำลังทำลายชั้นโอโซนของเรา เพื่้อคืนสมดุลกลับสู่ธรรมชาติ สาว Chic อย่างเราๆ เอง ก็เป็นหนึ่งที่สามารถช่วยเรื่องนี้ได้เหมือนกันนะคะ มาถึงตอนนี้ ก็คงถึงบางอ้อ ซึ้งกับคุณประโยชน์ของชั้นโอโซน และคงเข้าใจกับคำว่า รังสีอัลตราไวโอเลต Ultraviolet (UV) ดียิ่งขึ้นแล้ว ขอพูดต่อกับศัพท์อีกหลายคำที่เกี่ยวกับเรื่องนี้ SPF, Sunscreen , Sunblock, Sun Tanner, Tanning Lotion, Tanning Oil ไปทีละตัวแล้วกัน SPF มาจากคำว่า Sun Protect Facter จะพบเห็นตัวเลขในผลิตภัณท์ประเภทครีมหรือ โลชั่น มีสรรพคุณปกป้องผิวจากแสงแดด หรือที่เรียกว่า กันแดด และปัจจุบัน พบในเครื่องสำอางอีกหลายชนิด ตัวอย่างเช่น ครีมรองพื้นที่มีสูตรผสม SPF เป็นต้น ตัวเลข SPF บนผลิตภัณท์ บ่งบอกถึง ความสามารถและระยะเวลาของผลิตภัณท์ที่จะปกป้องคุณจากรังสีอัลตราไวโอเลต Ultraviolet (UV) เมื่ออยู่ท่ามกลางแสงอาทิตย์ โดยไม่ถูกเผาไหม้ (Sunburn) แล้วตัวเลข SPF เท่าไหร่ถึงจะเหมาะสม โดยทั่วไป เกณฑ์่จะอยู่ที่ SPF 15 หรือสูงกว่านั้น ตัวเลขของ SPF ยิ่งสูงยิ่งดี และเมื่อเอาระยะเวลาปกติที่ผิวหนังเราจะทนได้ (แตกต่างกันไปแต่ละคน) เมื่อออกแดด คูณกับตัวเลข SPF เราจะได้ระยะเวลาทั้งหมดที่ผลิตภัณฑ์กันแดดชนิดนั้นปกป้องเราได้โดยไม่ถูกเผาไหม้ ตัวอย่าง สมมติว่า สาว Chic ปกติเคยออกแดด 12 นาที ไม่ทาครีมแล้วผิวไหม้ เมื่อทาครีมกันแดด SPF 15 ระยะเวลาที่ครีมกันแดดนั้นจะปกป้องไม่ให้ถูกเผาไหม้จะขยายเวลาออกไปเป็น 12X15= 180 นาที เบ็ดเสร็จ คือ เมื่อทาครีมชนิดนั้น แล้วออกไปตากแดด เราจะทนได้ตั้ง 3 ชั่วโมงแน่ะ โดยผิวไม่ไหม้ ตัวไม่ดำ มีอีกเรื่องที่เราต้องคำนึงถึงในเลือกชนิดของผลิตภัณฑ์ คือ ชนิดของผิว ผิวอ่อนเยาว์ของทารก หรือ เด็ก ผิวบอบบาง ผิวที่ไวต่อแสง ควรจะเลือก SPF สูงๆ เพื่อให้ประสิทธิภาพดีขึ้น Sunscreen และ Sunblock Sunblock คือ ผลิตภัณฑ์ที่สามารถปกป้องผิวของเราโดยการเพิ่มชั้นปกป้ิองเพื่อหยุด (Stop) ดูดซับ (Absorb) การแผ่รังสีอัลตราไวโอเลต Ultraviolet (UV) ไปในชั้นผิวหนัง เมื่ออยู่ท่ามกลางแสงแดด โดยไม่ให้ผิวหนังถูกเผาไหม้ (Sunburn) ปัจจุบัน Sunscreen และ Sunblock มีอยู่หลายรูปแบบ ครีม (Cream) โลชั่น(Lotion) เจล(Jel) และ สเปรย์ (Spray) พอจะแบ่งได้หลักๆ 3 ประเภท คือ เคล็ดลับการเลือก Sunscreen และ Sunblock ง่ายๆ คือ ต่อไปก็คือ Sun Tanner หรือ Tanning Lotion หรือ Tanning Oil เข้าใจความหมายของคำหลายๆ คำแล้ว แต่สำหรับรายละเอียดของแต่ละเรื่อง คงได้ลงลึกกันในหน้าต่อๆ ไปค่ะ ฝากทิ้งท้ายไว้อีกนิด ถ้าจะให้ดี วันนี้ ถ้าจะออกไปข้างนอก อย่าลืมใช้ผลิตภัณฑ์กันแดด สวมใส่เสื้อผ้าีปกปิดร่างกาย จะพกแว่นตากันแดดด้วยก็ยิ่งดีไปกันใหญ่ เพื่อตัวของคุณเองค่ะ |
ขอบคุณสำหรับข้อมูลและภาพประกอบ
:
วิกิพีเดีย สารานุกรมเสรี(wikipedia.org)
Photobucket By grandmasrandomthoughts
Popularity: 56% [?]


